มนุษย์กับความเหงา
ความเหงาเป็นของอยู่คู่กับมนุษย์มาเนินนาน
จนบางครั้งเราก็ไม่รู้ว่าความเหงาสำหรับตัวเรานั้นเป็นเช่นไร
เพื่อนๆเคยนิยามความเหงาของตนเองหรือไม่ วันนี้เราจะลองทบทวนว่าความเหงาของเรานั้นหมายความว่าอะไรกันแน่
หลายคนคงอาจนิยามความหงาไว้สั้นๆว่า
ความเหงาคือการโดดเดี่ยว หรือไม่ก็การแยกตัว หรือบ้างครั้งก็อาจหมายถึงความสันโดษ เรามาดูความหมายที่
Oxford Dictionary เรามาดูความหมายที่ทางพจนานุกรมให้ความหมายกันไว้ก่อนดีกว่า
1) Alone
หรือ โดดเดี่ยว ถูกแปลไว้ว่า without
any other people
2) Isolation หรือ
การแยกตัว มีความหมายดังนี้ to separate somebody/something physically or
socially from other people or things
3) Solitude มีนิยามว่า state of being alone,
especially when you find this pleasant
ทั้งสามคำนี้ Alone
Isolation หรือ Solitude
ก็ไม่สามารถอธิบายความเหงาได้ตรงๆ
สันโดษ คือ ความสุขที่เกิดจากการปลีกวิเวก ซึ่งไม่ใช่ความเหงา
เพราะเราจะต้องมีอารมณ์เชิงลบ หรือ การแยกตัว
ก็ดูจะให้ความสำคัญกับความหมายเชิงวัตถุมากกว่าจะเป็นอารมณ์เสียอีก หรือ โดดเดี่ยว
แปลได้ว่า การมีหนึ่งเดี่ยว ปราศจากผู้อื่น ซึ่งไม่อาจอธิบายความเหงาได้ดีเท่าไหร่หนัก
เพราะการอยู่ท่ามกลางผู้คนมากมาย สำหรับบางคนก็อาจรู้สึกเหงาอยู่
จะเห็นได้ว่า
ความสันโดษไม่ใช่ความเหงา และสองคำต่อมาคือ โดดเดี่ยว การแยกตัว ก็ไม่ใช่สิ่งที่จะอธิบายความเหงาได้
แต่อาจกล่าวได้ว่าทั้งคู่อาจเป็นสารตั้งต้นสำหรับทำให้เกิดความเหงา
แล้วความเหงาแท้จริงคืออะไรกันแน่ล่ะ?
จากการค้นหา
มีผู้เสนอว่า ความเหงา คือ ความรู้สึกเศร้าที่มากับการคิดเห็นความโดดเดี่ยว
สามารถแปลได้ได้ว่า ความเหงา เป็นความรู้สึก รู้สึกอย่างไร รู้สึกเศร้า เศร้าอะไร
เศร้าจากการคิดว่าตนเองนั้นโดดเดี่ยว แล้วเราสามารถโดดเดี่ยวจากอะไรได้บ้างล่ะ
มาตรวจสอบกันดีกว่า
1) ความเหงาธรรมดา หรือ Ordinary loneliness หมายถึง
การสูญเสียสิ่งที่ชอบหรือไม่ชอบ อันมีนัยสำคัญต่อผู้รู้สึก เช่น การสูญเสียคนรัก
อันทำให้เกิดความเหงา จากการคุ้นชินที่ปกติเคยมีความสัมพันธ์แบบคนรักมานาน
2) ความเหงาเชิงปฏิสัมพันธ์ หรือ Interactional loneliness หมายถึง การไม่มีปฏิสัมพันธ์กับบุคคลหรือที่ไม่ใช่บุคคล เช่น การไปงานสัมมนาแห่งหนึ่ง
แต่บุคคลนั้นไม่มีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น ผู้อื่นไม่สนใจที่จะคุยหรือหารือด้วย
3) ความเหงาเชิงความสัมพันธ์
หรือ Relational loneliness หมายถึง การไม่มีความสัมพันธ์กับบุคคลหรือที่ไม่ใช่บุคคล เช่น การไปสถานที่ต่างบ้านต่างเมือง
ทำให้ไม่รู้จักใคร ขาดการสร้างความสัมพันธ์กับผู้อื่นด้วยเชื้อชาติ หรือผิวสี
หรืออะไรก็ตามแต่ จึงเกิดความเหงาหรืออาจเรียกได้ว่า Homesick
ปฏิสัมพันธ์ คือ การกระทำใดการกระทำหนึ่ง เช่น การพูด โดยสิ่งที่เรากระทำด้วยไม่จำเป็นต้องมีความสัมพันธ์ Interact
สัมพันธ์ คือ
การระบุถึงความสัมพันธ์ว่าเป็นอะไร กับใครหรือสิ่งใด Relate
4) ความเหงาเชิงการดำรงอยู่ที่แยกจากกัน
หรือ Loneliness of separate exitance หมายถึง
การตระหนักว่าไม่มีใครจะสามารถอยู่กับเราได้กับเราไปตลอด เกิดความไม่อบอุ่นใจ
ไม่สบายใจ ไม่มีผู้ใดจะสามารถมาเข้าใจความรู้สึกของตนได้หรือสามารถที่จะแบ่งปันความรู้สึกนี้ได้
5) ความเหงาเชิงการมีความแตกต่าง หรือ Loneliness of being difference หมายถึง
การตระหนักนั้นว่าตนมีสิ่งใดสิ่งหนึ่งเหมือน หรือร่วมกับผู้อื่น เช่น ความคิด
วัตถุ เป็นต้น นำไปสู่ความแปลกแยก จึงไม่สามารถรู้สึกผูกพันหรือสนิทชิดเชื้อ
หรือไว้วางใจใครได้
6) ความเหงาเชิงการดำรงอยู่
หรือ Exitance loneliness หมายถึง
การตระหนักความหมายของการดำรงอยู่ แต่กลับพบความว่างเปล่า ไร้ความหมายในจักรวาล
ไม่มีสิ่งใดเพลิดเพลินที่ทำให้สุขใจได้
ประเภทนี้อาจคล้ายกับหลักคิดของพระพุทธศาสนา ซึ่งคือการไม่มีตัว ไม่มีตน ทุกสิ่งทุกอย่างต่างไร้แก่นสาร
แต่ความเหงานี้กลับบอกถึงการมีตัวตนของเราเพียงลำพัง มีอัตตา แต่รอบตัวไม่มีสิ่งที่มีความหมาย
รวมถึงตัวเองด้วยเช่นกัน
เป็นอย่างไรกันบ้าง
ความเหงาทั้ง 6
ประเภทนี้ทุกคนสามารถจัดตำแหน่งหนทางให้ความเหงาของตนเองได้หรือไม่ว่าจัดอยู่ในประเภทใด
ถ้าจัดได้แล้ว แปลว่าเรารู้แล้วล่ะว่าเรามีความรู้สึกเหงา
ดังนั้นก็ควรหาความสุขในชีวิตให้ตัวเอง
แต่บางคนก็อาจตอบไม่ได้ว่าความสุขของตนเองคืออะไร
เป็นสิ่งที่ตอบได้ยากยิ่ง เพราะความสุขเป็นเรื่องของปัจเจกบุคคล
ไม่สามารถนำมาสรุปแบบม้วนเดียว เฉกเช่นเดียวกับความเหงาที่ไม่อาจตอบได้แบบเหมารวม
ต้องเป็นรายบุคคล ต่างคนต่างมีความสุข ความเหงา ต่างกัน
ดังนั้นผู้เขียนขอแนะนำว่าถ้ารู้สึกเหงา
แล้วยังไม่รู้ว่าความสุขของตนเองคืออะไร ให้ออกไปเดินตามสวนสาธารณะ หรือสนามกีฬา
หรือตามท้องทุ่งไร่นา แม้จะไม่ได้ว่าคำตอบว่าความสุขคืออะไร
แต่แน่นอนว่ามีบางอย่างเปลี่ยนไปแล้วสำหรับความคิดคุณ
นั่นคือการที่คุณริเริ่มการหาความหมายของชีวิตคุณเอง
สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่ สู่ทฤษฎีความเหงาที่อิงตัวตน(วสันต์ ลิมป์เฉลิม)
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น